ระวังเตือนดื่ม"น้ำเย็น" อุณหภูมิร่างกายเพี้ยน
ภญ.วรีวรรณ รัตรสาร แพทย์แผนไทยด้านเวชกรรมไทย กล่าวว่า
ในช่วงฤดูร้อน ร่างกายจะสูญเสียเหงื่อมากกว่าปกติ สิ่งสำคัญควรดื่มน้ำมากๆ
ประมาณวันละ 1.5-2
ลิตร แต่ไม่ควรดื่มแบบรวดเดียวSAVANVEGAS ควรดื่มแบบค่อยๆ จิบไปเรื่อยๆ ที่สำคัญไม่ควรดื่มน้ำเย็นดับกระหาย
แต่ควรดื่มน้ำที่อยู่ในอุณหภูมิห้อง เพราะมนุษย์เป็นสัตว์เลือดอุ่น
หากดื่มน้ำเย็นเข้าไป ร่างกายจะปรับอุณหภูมิความร้อนขึ้นมา ยิ่งดื่มน้ำเย็นมาก
ร่างกายก็จะปรับอุณหภูมิขึ้นจนอาจมีอาการร้อนใน อย่างไรก็ตาม
มีสมุนไพรซึ่งเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านช่วยให้ความชุ่มชื้นแก่ร่างกายได้ โดยใช้น้ำต้มฝางหรือจันทน์แดง
ซึ่งมีสรรพคุณบำรุงเลือด ระบายไข้ แก้ร้อนใน
แต่หากไม่ชอบกลิ่นก็สามารถต้มน้ำใบเตยแทนได้ และให้ดื่มแบบไม่ต้องแช่เย็น
เพราะจะยิ่งทำให้อุณหภูมิในร่างกายร้อนขึ้นSAVANVEGAS
"ผู้หญิงไม่ควรดื่มน้ำเย็น เพราะจะทำให้รอบเดือนมักเป็นลิ่ม
รอบเดือนหายบ่อย เกิดฝ้าง่าย ปวดหัวง่าย ถือเป็นเรื่องใหญ่
เพราะมนุษย์เป็นสัตว์เลือดอุ่นมีอุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส
แต่ไม่เหมือนชาวต่างประเทศที่อยู่ในพื้นที่เย็นจัด
กลุ่มนั้นกินน้ำเย็นไปก็ไม่เย็นไปกว่าอุณหภูมิภายนอกSAVANVEGAS ที่พวกเราป่วยก็เพราะดื่มน้ำเย็นกันมาก
แต่ไม่รู้" แพทย์แผนไทยกล่าว และว่า การรับประทานอาหารคลายร้อน
ประเภทผักและผลไม้ควรกินตามฤดูกาล เพราะจะมีลักษณะชุ่มน้ำและมีฤทธิ์เย็น
แต่หากจะกินในช่วงเวลาบ่ายหรือเย็นควรเลือกที่มีฤทธิ์ขับลมปนอยู่ด้วยเพื่อแก้อาการท้องอืด
เช่น น้ำตะไคร้ ใบแมงลัก โหระพา ขมิ้น และว่านหางจระเข้ เป็นต้น ส่วนไอศกรีมที่มักชอบกินในหน้าร้อน
หากจะกินในมื้อเย็นควรกินน้ำอุ่นตาม
เพื่อให้ร่างกายไม่สร้างความร้อนขึ้นมาจนเป็นร้อนใน และไม่ควรกินหลังมื้ออาหาร
เพราะกระเพาะต้องการความร้อนในการย่อย ส่วนผลไม้ที่ช่วยย่อยหลังอาหารได้ดีคือ
มะละกอ หรือสับปะรด SAVANVEGAS
